แร่ธาตุต่างๆที่ปนอยู่ในเหล็ก

ธาตุแต่ละธาตุที่ปะปนอยู่ในเหล็กมีผลกระทบต่อคุณสมบัติของเหล็กทั้งสิ้น โดยมาตรฐานส่วนมากจะใช้ธาตุหลัก ๆ อยู่ 5 ธาตุในการพิจารณา คือ คาร์บอน, ซิลิกอน, แมงกานีส, ซัลเฟอร์, ฟอสฟอรัส

คาร์บอน (Carbon, C)

เป็นธาตุหลักที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเสริมความสามารถของเหล็ก การเพิ่ม-ลด ปริมาณของคาร์บอนที่รวมอยู่ในเหล็กจะทำให้อุณหภูมิหลอมเหลวของเหล็กเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย


หากจำนวนรวมของคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น ค่าความทนทาน (Strength), ค่าความแข็ง (Hardness) และค่าความต้านทานการสึกหรอ (Wear Resistance) ของเหล็กก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แต่อัตราการยืด (Elongation) จะอ่อนลง

ซิลิกอน (Silicon, Si)
เมื่อปริมาณของธาตุซิลิกอนมีมากถึง 0.25% จะมีผลต่อค่าความแข็งแรงและค่าความสามารถในการอบหุ้มแข็ง ปริมาณซิลิกอนที่สูงขึ้น อาจเป็นสาเหตุเกิดผิวเหล็กที่มีความปุ่มๆป่ำๆไม่เรียบ ไม่ลื่น

Silicon เป็นธาตุที่ส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อความสามารถในการชุบสังกะสี (Galvanizing) โดยปริมาณซิลิกอนที่เหมาะสมสำหรับการชุบสังกะสี คือ < 0.03% และ 0.14 ถึง 0.25%

Silicon ใช้เป็นตัวกลางที่ทำให้เกิดการตอบรับออกซิไดซิ่ง (Oxidizing) ทำให้เหล็กแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งเพิ่มความทนต่อการเสียดสี เพิ่มค่าแรงดึงที่จุดคราก (Yield Point) ของเหล็กให้สูงขึ้นมาก

แมงกานีส (Manganese, Mn)

Manganese เป็นธาตุที่ไม่จำเป็นในเนื้อเหล็กใช้เป็นตัวไล่กำมะถัน (S) ซึ่งจะหายไปในขณะหลอม ทำให้เหล็กอบเคลือบแข็งง่ายขึ้น

ช่วยเพิ่มค่าความเค้นที่จุดคราก (Yield Strength) เมื่อปริมาณของแมงกานีสในเนื้อเหล็กยิ่งขึ้น ซึ่งหากเทียบระหว่างแมงกานิสและคาร์บอนแล้ว แมงกานีสจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเหล็กเป็นอัตราส่วน 1/6 เท่าของคาร์บอน


แมงกานีสสามารถผสมกับซัลเฟอร์ เกิดเป็นแมงกานีลซัลไฟด์ในเนื้อเหล็กได้ ซึ่งจะไปกำจัดคุณลักษณะทางกลของเหล็ก ทำให้เกิดรอยแตกที่ผิว

ซัลเฟอร์ (Sulphur, S)

Sulphur เป็นธาตุที่ไม่จำเป็นต้องมีในเหล็ก เนื่องจากเป็นตัวที่ทำให้ค่าความแข็งแกร่งขอ